น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

เรื่องต่างๆที่อยากแบ่งปัน,คำถาม เรื่องการดูแลรักษาเพื่อสี่ขาของเราให้เค้ามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

Postโดย (T_T) » Sat Jan 30, 2010 11:03 am

น้ำมันปลา

Omega 6 (Fatty Acids)
– พบในน้ำมันพืช, ไขมันสัตว์ จากไก่ เป็ด และหมู
– อาหารที่ขาดสารนี้ จะทำให้มีปัญหาโรคผิวหนัง, การให้ลูก และการเจริญเติบโต
– แหล่งสาร Omega 6 ที่พบได้อีกหลายอย่าง เช่นใน น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันถั่วเหลือง,
น้ำมันข้าวโพด, น้ำมันเมล็ดฝ้าย, น้ำมันดอกคำฝอย (ซึ่งมีมากเป็น 1 ½ เท่าของน้ำมันชนิดอื่นๆ),
น้ำมันถั่ว มี ประมาณ 1/3 ของน้ำมันดอกคำฝอย, น้ำมันลีนสีดและน้ำมันมะกอกประมาณ 1/5
และ 1/6 ตามลำดับ, น้ำมัน ไก่,หมู มีประมาณ 1/3 ของน้ำมันดอกคำฝอย


Omega 3
– ถ้าขาดสารนี้ จะมีปัญหาด้านประสาทและการมองเห็น (Nervous & Vision)
และปัญหาความสามารถในการเรียนรู้ของลูกสุนัข

1.) ในสัตว์เพศผู้ ต้องการสารนี้ เพื่อกระตุ้นความอุดมสมบูรณ์ของน้ำเชื้อ
2.) หมาป่า ได้รับสารพวกนี้จาก มันสมอง, ลุกตา, ไข่ดิบ, มูลสัตว์
และพืชที่ผ่านการบดย่อยแล้วในกระเพาะ อาหารของเหยื่อที่ถูกมันล่าได้

– แหล่งที่มาของสารนี้หาได้ง่ายที่สุดคือ เนื้อปลาสด และน้ำมันปลา
** อาหารสุนัขสำเร็จรูป หรืออาหารที่ปรุงเองโดยขาดความรู้ ความเข้าใจมักจะขาดสารตัวนี้
นั่นเป็นสาเหตุให้สุนัขในสมัยนี้มีปัญหาเรื่อง ภูมิแพ้ต่างๆ มากมาย ทำให้เป็นโรคผิวหนัง, โรคข้อกระดูกฯลฯ

– อาหารจากพืชที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เมื่อกลั่นเป็นน้ำมันแล้วจะมีสาร Omega 3 ค่อนข้างสูง
นอกจากนี้ยังมี ข้าวโอ๊ต, เห็ด , ถั่วอบ, ผักขม, กล้วย
– อาหารจากสัตว์ ที่มีสารนี้มาก คือ พวกตับแกะ และกระต่าย, เนื้อวัวไม่ติดมัน จะมีสารเหล่านี้มากกว่าเนื้อไก่
– น้ำมันตับปลา ไม่ควรใช้เป็นแหล่งสาร Omega 3 เพราะจะเสี่ยงต่อการได้รับวิตามิน A และ D มากเกินไป


วิธีการให้อาหารที่มีสาร Omega 6 และ Omega 3:- ให้อาหารจำพวก
1. เนื้อดิบ, กระดูกไก่, ไข่, มันสมอง, ตับแกะหรือกระต่าย, ผักใบเขียว, ข้าวโอ๊ต,
เห็ด, ถั่วอบ, ผักขม และกล้วย โดยให้พร้อมน้ำมันพืชที่กล่าวมาข้างต้น
2. สำหรับน้ำมันพืช: น้ำมันข้าวโพด และน้ำมันถั่วเหลืองให้สารทั้ง 2 อย่างใน ปริมาณที่สมดุลที่สุด


ความสำคัญของวิตามิน E
วิตามิน E จะช่วยไม่ให้เกิดการบูดเสียหรือเหม็นหืนของน้ำมันพืช ที่เราให้สุนัขรับประทาน
เพื่อสาร Omega ทั้ง 2 โดยน้ำมันที่คุณใช้เป็นอาหารสุนัข ต้องเก็บไว้ในขวดที่มีฝาปิดสนิท
อากาศไม่สามารถเข้าไปได้ โดยเก็บไว้ในที่มืด จะรักษาคูณภาพได้ดีที่สุด และ

ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำน้ำมันที่ใช้แล้วมาให้สุนัขกินซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุนัขเป็นอย่างมาก
***เพราะฉะนั้น ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือให้ไขมันดิบ (แข็ง) เช่นไขมันหมู, ไขมันวัว, ไขมันไก่
SHEVA ~ ROXY ~ MEME ~ DIVA ~ LEONA ~ FERRI ~ FOXY ~ GIZMO ~ GOTJI

Help to PROTECT our breed, not DESTROY it.
User avatar
(T_T)
 
ตอบ: 2546
สมัครสมาชิก: Fri Jan 22, 2010 1:09 pm

Re: น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

Postโดย (T_T) » Sat Jan 30, 2010 11:07 am

น้ำมันตับปลา

วิตามิน D
ได้จากแสงแดด โดยให้สุนัขตากแดดโดยตรงวันละประมาณ 15 นาทีก็พอ ทั้งนี้ วิตามิน D จะช่วยให้กระดูกแข็งแรงเต็มไปด้วยแคลเซี่ยม, ซึ่งวิตามิน D นี้จะทำหน้าที่ควบคุมการดูดซึมของแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัสจากลำไส้เล็กและจาก ส่วนที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมา เพื่อดูดซึมกลับไปใช้ได้อีกโดยผ่านทางไต

ความต้องการวิตามิน D
ในสุนัขที่อายุน้อยๆที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์และได้รับอาหารที่สมดุลตามธรรมชาติจากกระดูกและเนื้อดิบ และยังได้รับแสงแดดมากเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเสริมวิตามิน D

อาหารที่มีวิตามิน D
    • น้ำมันตับปลาโดยเฉพาะปลาน้ำเค็ม เช่น ปลาเฮอริ่ง, แซลมอน, ซาดีน ฯลฯ ดังนั้นควรให้ปลากระป๋องบ้างเป็นครั้งคราว
    • ไข่แดง โดยเฉพาะไข่จากไก่ ที่ได้รับอาหารดีๆหรือได้รับแสงแดดมากเพียงพอ ควรซื้อไข่จากชาวบ้านดีที่สุด

การได้รับวิตามิน D ในระดับที่มากเกินไป
จะทำให้ระดับแคลเซี่ยมในเลือดสูงเกินไป เป็นเหตุให้มีแคลเซี่ยมตกค้างทั่วร่างกาย ซึ่งขัดขวางการทำงานของระบบปกติในร่างกาย

ระดับวิตามิน D ที่ปลอดภัย
    - โดยทั่วไป ในสุนัขที่กำลังเจริญเติบโตควรได้รับวิตามิน D 22 IU/kg/วัน (ถ้าสุนัขหนัก 30 กก. = 660 IU/วัน)
    - ในน้ำมันตับปลา จะมีวิตามิน D ประมาณ 10,000 IU/100gm.
    (IU = international units)

ผลจากการขาดวิตามิน D
    - กระดูกโค้งงอ, กระดูกอ่อนแอ ในสุนัขที่ยังเล็กๆ จะสังเกตได้จากอาการเบื่ออาหาร, น้ำหนักลด, เจริญเติบโตช้า, ข้อเข่าปูดโปน
    - ในสุนัขโต จะเป็นโรค Osteomalacia กระดูกเปราะ ซึ่งกว่าจะเกิดอาการนี้ ก้อกินเวลาเป็นปีๆ ซึ่งอาการที่เห็นได้ชัดคือกล้ามเนื้ออ่อนแอ, เจ็บกระดูก และกระดูกเปราะหักง่าย
SHEVA ~ ROXY ~ MEME ~ DIVA ~ LEONA ~ FERRI ~ FOXY ~ GIZMO ~ GOTJI

Help to PROTECT our breed, not DESTROY it.
User avatar
(T_T)
 
ตอบ: 2546
สมัครสมาชิก: Fri Jan 22, 2010 1:09 pm

Re: น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

Postโดย (T_T) » Sat Jan 30, 2010 11:12 am

น้ำมันตับปลามีวิตามินอีและวิตามินดีมาก กินแล้วดี
แต่ก็มีโทษอย่างที่คุณอ่านฉลาก คือ กินมากแล้วสะสมเป็นพิษ


อยากให้หมาขนสวย เพิ่มวิตามินด้วยวิธีธรรมชาติซิคับ
วิตามินอีมีมากในผักใบเขียว น้ำมันถั่วเหลือง ไข่ อาหารพวกนี้ให้หมากินได้อยู่แล้ว
เช่น ผักก็ปั่นละเอียดผสมกับอาหาร น้ำมันก็เทให้อาทิตย์ละช้อนสองช้อน
ผสมอาหารเช่นกัน ไข่ก็กินได้อาทิตย์ละ 2 ฟอง ส่วนวิตามินดีมีมากในแสงแดด
ถ้าหมาได้รับแสงแดดพอเพียง ได้นอนอาบแดดทุกวัน อย่างน้อย 15-20 นาที

(นอนรับแดดตรงๆนะ ไม่ใช่นอนรับแดดผ่านหน้าต่างกระจก)
ก็จะได้รับวิตามินดี และถ้าอยากเพิ่มในอาหาร ก็ให้ปลาซาร์ดีนแบบที่อยู่ในกระป๋องก็ได้รสธรรมชาติ
ถ้าหาไม่ได้จะลองสดๆก็ได้ ปลาน้ำเค็มหลายชนิดมีวิตามินดีสูงให้อาทิตย์ละครั้งสองครั้งก็ใช้ได้แล้ว
ไข่แดงก็มีวิตามินดีมากเช่นกัน ใช้วิธีธรรมชาติสะดวกใจกว่า
แต่ถ้ายังอยากเสริมด้วยน้ำมันตับปลา ก็ให้นานๆครั้ง
ถ้าขนสวยอยู่แล้ว แสดงว่าสารอาหารเพียงพอ ก็ไม่ต้องให้น้ำมันตับปลา


ทำไมต้องให้สุนัขกินน้ำมันปลา?
เพราะน้ำมันปลาประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งร่างกายของสัตว์เลี้ยงไม่สามารถผลิตได้เอง น้ำมันปลาช่วย เสริมสร้างสุขภาพทั้ง บำรุงสมองเนื่องจากเซลล์สมองต้องการกรดไขมันชนิดนี้มาก จึงช่วยเสริมสร้างเซลล์สมองของสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังช่วยบำรุงขนและผิวหนังของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในลูกสุนัข จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและทำให้มีสุขภาพดีตั้งแต่เริ่มแรก

ถาม: น้ำมันปลาจากทะเลดีกว่าน้ำมันจากปลาชนิดอื่นอย่างไร?
ตอบ: เพราะว่าน้ำมันปลาที่ใช้ในการผลิตทั่วไปมีอยู่มากมายหลายเกรด
ถ้าคุณภาพดีจะต้องสกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึกอย่างปลาแซลมอน
เพราะมีปริมาณสารอาหารสูงแต่ไขมันต่ำ ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่อ้วน
และมีเบต้าแครอทีนที่ไม่มีในปลาชนิดอื่นๆ

น้ำมันปลานี้จะแทรกซึมอยู่มากในเนื้อปลา หนังปลา หัวปลา และหางของปลา
ซึ่งมีปริมาณโอเมก้า3 สูง อีกทั้งยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อสัตว์เลี้ยง
ที่ช่วยบำรุงผิวหนังและขนให้เงางามอีกด้วย สารอาหารสำคัญนอกจาก โอเมก้า 3
แล้วน้ำมันปลายังประกอบด้วยสารอาหารอื่นๆ ได้แก่


    * ไอโคซาเพนตาอีโนอิก (EPA)
    * โดโคซาเฮกซาอีโนอิก (DHA)
    * กรดไขมันอิ่มตัว
    * วิตามินอี
    * วิตามินเอ
    * วิตามินดี

ดังนั้นน้ำมันปลาทะเลจึงเหมาะที่จะใช้เสริมสร้างสุขภาพของสุนัขที่เรารักให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตอยู่กับเราได้นานขึ้น

น้ำมันปลา กับน้ำมันตับปลาจะต่างกัน
น้ำมันปลาจะมีพวก omega 3,6 สูง ในขณะที่น้ำมันตับปลาจะมีวิตะมิน A และ D สูง
ซึ่งส่วนที่จะบำรุงขนจะเป็นน้ำมันปลา
ส่วนน้ำมันตับปลานั้น ไม่ควรให้มากเกินไปนัก ได้รับวิตะมิน A และ D ในปริมาณที่มากเกินไป
ก็จะทำให้ร่างกายมีการสะสมของแคลเซี่ยม


น้ำมันปลาคือ Fish Oil สกัดจากเนื้อปลา หัวปลา และหางปลา ช่วยในเรื่องของระดับคลอเรสเตอรอส
น้ำมันตับปลาคือ Cod Liver Oil สกัดจากตับปลา ช่วยในเรื่องการสร้างกระดูก

ที่มา: http://www.thaipomeranian.com
SHEVA ~ ROXY ~ MEME ~ DIVA ~ LEONA ~ FERRI ~ FOXY ~ GIZMO ~ GOTJI

Help to PROTECT our breed, not DESTROY it.
User avatar
(T_T)
 
ตอบ: 2546
สมัครสมาชิก: Fri Jan 22, 2010 1:09 pm

Re: น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

Postโดย winchester » Mon Feb 01, 2010 12:56 am

ขอบคุณความรู้ดี ๆ จากพี่ต่อครับ
User avatar
winchester
 
ตอบ: 2
สมัครสมาชิก: Mon Feb 01, 2010 12:40 am

Re: น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

Postโดย darkness51 » Wed May 09, 2012 7:57 am

ถ้าทานน้ำมันปลาเยอะเกินจะเป็นอย่างไรครับ มีผลยังไงบ้าง??

และควรให้ทานในสัดส่วนแค่ไหน ยังไง???

:012: :012: :012:
ชื่อ เต้าฮวยคร้าาาบบบบบ.......(^__^)
User avatar
darkness51
 
ตอบ: 57
สมัครสมาชิก: Fri Jul 15, 2011 5:21 pm

Re: น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

Postโดย visarut » Wed May 09, 2012 11:17 pm

เยี่ยมตลอด
การตลาดวัดที่คุณภาพไม่ใช้โจมตีคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี ไม่เคยโจมตีใครก่อน
User avatar
visarut
 
ตอบ: 493
สมัครสมาชิก: Thu Feb 04, 2010 10:38 am

Re: น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

Postโดย kunnaimayday » Thu May 10, 2012 2:07 pm

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ :007:
Diva and Hero สองไซบี้ลิงตัวแสบ
User avatar
kunnaimayday
 
ตอบ: 28
สมัครสมาชิก: Wed Feb 15, 2012 11:03 am

Re: น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ต่างกันอย่างไร?

Postโดย salmon2petfood » Tue Sep 22, 2015 2:31 am

ขายอาหารสุนัข ผลิตด้วย หนังปลาแซลมอน นอร์เวย์แท้ 100% เกรดพรีเมี่ยม

Image

โรงงาน Salmon's Petfood ให้บริการผลิตและขายส่ง
อาหารสุนัข ( dog Chews) ทำมาจาก หนังปลาแซลมอน นอร์เวย์แท้ๆ 100%
เหมาะสำหรับ สุนัขทุกสายพันธุ์ โดยเฉพาะ สุนัขที่มีอาการภูมิแพ้อาหาร จากโปรตีนอื่นๆ.
เราวิจัยพัฒนา ควบคุมการผลิต อาหารสุนัขของเรา ด้วยทีมงานสัตวแพทย์ที่มีความชำนาญ
เพื่อให้ได้ หนังปลาแซลมอนอาหารสุนัข ที่มีคุณค่าทางโภชนาที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

คุณค่าทางโภชนา ที่สุนัขจะได้รับจาก หนังปลาแซลมอนอาหารสุนัข

1.ให้สารอาหาร Omaga 3 และ คอลลาเจน จากปลาแซลมอนแท้ๆ
2.ช่วยบำรุงผิวหนังและขนให้นุ่มฟู ชุ่มชื่น แข็งแรง ไม่หลุดล่วงง่าย
3.มีไขมันต่ำ และมีโปรตีนคุณภาพสูง เหมาะสำหรับ สัตว์เลี้ยงทีต้องการควบคุมน้ำหนัก
4.รักษา และบรรเทาอาการ กระดูกไขข้ออักเสบ และ บำรุงกระดูกให้แข็งแรง
5.เหมาะสำหรับ สัตว์เลี้ยงที่มักจะแพ้ โปรตีนทั่วๆไป เช่น เนื้อไก่ วัว หมู ธัญพืช ต่างๆ
6.ช่วยขจัดคราบหินปูน ขัดทำความสะอาดฟัน และลดกลิ่นปากของสัตว์เลี้ยงได้
7.ให้ผลดีมากสำหรับ สุนัขที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังและขน เนื่องจากห้ามกิน อาหารที่ทำจากเนื้อ ไก่ และหมู


หนังปลาแซลมอนอาหารสุนัข มีทั้งหมด 5 ลักษณะ : -

1.แบบกระดูกผูกใหญ่ ( dog bone )size L. เหมาะสำหรับ สุนัขขนาดกลาง - ใหญ่

Image

2.แบบกระดูกผูกเล็ก ( dog bone ) size S. เหมาะสำหรับ สุนัขขนาดเล็ก - กลาง

Image

3.แบบแท่งบิดเกลียว ( Twisted ) แท่งเล็กเคี้ยวง่าย เหมาะกับสุนัขทุกขนาด

Image

4.แบบแผ่นพับ ( Sheet ) พับหนา เคี้ยวทน ได้รสชาติหนังปลาเต็มที่

Image

5.แบบแท่งม้วน ( Roll) ม้วนกลม กระทัดรัด เคี้ยวเพลิน เหมาะกับสุนัขทุกขนาด

Image


มาตราฐานการผลิต

1.วัตถุดิบ คือ หนังปลาแซลมอน นอร์เวย์แท้ 100 % ( พันธุ์เทรา )
2.นำมาผ่าน กระบวนการแปรรูป โดยระบบอุตสาหรรมอาหาร
3.วิจัยพัฒนา ควบคุมและตรวจสอบคุณภาพ ด้วยทีมงานสัตวแพทย์
4.ผลิตโดยไม่ใช้ วัตถุกันเสีย และ สารปรุงแต่งรส สี และกลิ่น ทุกชนิด
5.ในผลิตการทำแห้งด้วย 2 ระบบ คือ การตากแดดธรรมชาติ ให้หอม และ เข้าเครื่องอบให้แห้งอีกครั้ง
6.มีบริการจัดส่ง ทั่วประเทศ ภายใน 24 ชั่วโมง


***สนใจรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ :-

email: salmon2petfood@gmail.com

http://salmon2petfood.blogspot.com

Line id : 0885211500

CONTACT US :- ( วันจันทร์ - เสาร์ 08.00 - 16.00 น. )

1.ฝ่ายขาย : คุณ ธงชัย Tel.088-521-1500 (08.00 - 16.00)
2 .สโตร์ กรุงเทพ : Tel.02-213-2838
3.โรงงานสุราษฎร์ฯ : Tel.077-251-500


ทางโรงงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ให้บริการแก่ท่าน ขอบคุณครับ

นาย ธงชัย เลิศสินทรัพย์ทวี
salmon2petfood
 
ตอบ: 16
สมัครสมาชิก: Wed Sep 09, 2015 12:10 am


กลับไปหน้า บอร์ดพูดคุย

ผู้ที่กำลัง online

ผู้ที่กำลังอ่าน forum นี้: สมาชิก ไม่มีสมาชิก และ ผู้เยี่ยมชม 2 คน